สรุปโครงข่ายทางเลือกระบบขนส่งสาธารณะเมืองเชียงใหม่

Public Transportation Network Alternatives A and B

จากการศึกษาและจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะจังหวัดเชียงใหม่
ตลอดระยะเวลา 1 ปี ที่ผ่านมา ด้วยการเก็บข้อมูลการเดินทางของคนทั้งจังหวัดเชียงใหม่
ตามหลักวิชาการ การสัมมนารับฟังความคิดเห็นประชาชนสองคร้ัง และ
การประชุมกลุ่มย่อย อีก 5 ครั้ง รวมถึงข้อเสนอแนะจากช่องทางต่างๆ

ทางโครงการฯ ได้พัฒนาโครงข่ายระบบขนส่งสาธารณะทางเลือก
ขึ้นมาหลายโครงข่าย เพื่อนำเสนอและประชุมร่วมกับสำนักงานนโยบาย
และแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. จนท้ายที่สุดจึงได้โครงข่ายระบบขนส่งสาธารณะ
ต้นแบบทางเลือกซึ่งใช้ระบบรถแบบ LRT หรือ
Light Rail Transit System เป็นหลัก จำนวนสองโครงข่าย ดังนี้

โครงข่ายทางเลือกรูปแบบ A

เป็นโครงข่ายที่ใช้ทางวิ่งบนดิน และ ใต้ดินร่วมกันประกอบด้วยเส้นทางหลัก 3 เส้น ดังนี้

สายสีแดง

ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร
เริ่มต้นทางวิ่งบนดิน-โรงพยาบาลนครพิงค์-ศูนย์ราชการเชียงใหม่- สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี-ศูนย์ประชุมนานาชาติ-สถานีตำรวจช้างเผือก-เริ่มใช้ทางวิ่งใต้ดินที่แยกข่วงสิงห์-มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่-สถานีขนส่งช้างเผือก-รพ.เชียงใหม่ราม-รพ.มหาราชนครเชียงใหม่(พบจุดตัดสายสีนำ้เงิน)-ร.ร.วัฒโนทัยพายัพ-สนามบินนานาชาติเชียงใหม่ (พ้นเขตสนามบิน ใช้ทางวิ่งบนดิน)-กรมการขนส่งทางบก- ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีหางดง

สายสีเขียว

ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร
เริ่มต้นจากทางวิ่งบนดิน-แยกรวมโชค-เริ่มใช้ทางวิ่งใต้ดินที่แยกแม่โจ้ (รพ.เทพปัญญา)-ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล-สถานีขนส่งอาเขต- รพ.แมคคอร์มิคเชียงใหม่-ร.ร.ดาราวิทยาลัย-ร.ร.ปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย- ตลาดวโรรส(กาดหลวง)-เทศบาลนครเชียงใหม่-ย่านเชียงใหม่ไนท์บาซาร์- ร.ร.เรยีนาเชลีวิทยาลัย-ร.ร.พระหฤทัย-ร.ร.มงฟอร์ตวิทยาลัย- เชียงใหม่แลนด์-ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซ่า เชียงใหม่แอร์พอร์ท-มหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น-สนามบินนานาชาติเชียงใหม่(พบจุดตัดสายสีแดง)

สายสีน้ำเงิน

ระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตร
เริ่มต้นจากทางวิ่งใต้ดิน-สวนสัตว์เชียงใหม่-มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ล้านนา-มหาวิทยาลัยเชียงใหม่-แยกตลาดต้นพยอม-รพ.มหาราชนครเชียงใหม่(พบจุดตัดสายสีแดง)-วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร-ประตูท่าแพ-ย่านเชียงใหม่ไนท์บาซาร์(พบจุดตัดสายสีเขียว)-ตลาดสันป่าข่อย-สถานีรถไฟเชียงใหม่-เริ่มใช้ทางวิ่งบนดินที่แยกหนองประทีป-ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีดอนจั่น-ห้างสรรพสินค้าพรอมเมนาดา

โครงข่ายทางเลือกรูปแบบ B

เป็นโครงข่ายที่ใช้ทางวิ่งบนดินทั้งหมดประกอบด้วยเส้นทางหลัก 3 เส้น ดังนี้

สายสีแดง

ระยะทางประมาณ 15.65 กิโลเมตร
เริ่มต้นจากทางวิ่งบนดิน-โรงพยาบาลนครพิงค์-ศูนย์ราชการเชียงใหม่- สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี-ศูนย์ประชุมนานาชาติ-สถานีตำรวจ ช้างเผือก-แยกข่วงสิงห์-มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่-สถานีขนส่งช้างเผือก-รพ.เชียงใหม่ราม-รพ.มหาราชนครเชียงใหม่(พบจุดตัดสายสีนำ้เงิน)-ร.ร.วัฒโนทัยพายัพ-มหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น(พบจุดตัดสายสีเขียว)-สนามบินนานาชาติเชียงใหม่-กรมการขนส่งทางบก-ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีหางดง

สายสีเขียว

ระยะทางประมาณ 11.11 กิโลเมตร
เริ่มต้นจากทางวิ่งบนดิน-แยกรวมโชค-แยกแม่โจ้ (รพ.เทพปัญญา)-ห้างสรรพสินค้าเซนทรัลเฟสติวัล-สถานีขนส่งอาเขตเชียงใหม่-รพ.แมคคอร์มิคเชียงใหม่-ร.ร.ดาราวิทยาลัย-ร.ร.ปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย-ตลาดวโรรส(กาดหลวง)-เทศบาลนครเชียงใหม่-ย่านเชียงใหม่ไนท์บาซาร์-ร.ร.เรยีนาเชลีวิทยาลัย-ร.ร.พระหฤทัย-ร.ร.มงฟอร์ตวิทยาลัย-เชียงใหม่แลนด์-ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซ่าเชียงใหม่แอร์พอร์ท-สนามบินนานาชาติเชียงใหม่(พบจุดตัดสายสีแดง)

สายสีน้ำเงิน

ระยะทางประมาณ 13.81 กิโลเมตร
เริ่มต้นจากทางวิ่งบนดิน-สวนสัตว์เชียงใหม่-มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ล้านนา-มหาวิทยาลัยเชียงใหม่-แยกตลาดต้นพยอม-รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ (พบจุดตัดสายสีแดง)-ร.ร.วัฒโนทัยพายัพ-สวนสาธารณะหนองบวกหาด-รพ.สวนปรุง-ตลาดประตูเชียงใหม่-ประตูท่าแพ-ย่านเชียงใหม่ไนท์บาซาร์(พบจุดตัดสายสีเขียว)-ตลาดสันป่าข่อย-สถานีรถไฟเชียงใหม่-แยกหนองประทีป-ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีดอนจั่น-ห้างสรรพสินค้าพรอมเมนาดา

โดยทั้งสองโครงข่ายจะมี โครงข่ายรอง – โครงข่ายเสริม ที่คอยเชื่อมให้คนที่อยู่นอกเส้นทาง
ของระบบขนส่งสาธารณะหลัก โดยจะใช้ระบบรถเมลล์เป็นหลักดังนี้

สายสีชมพู

เริ่มจากอำเภอแม่ริม เข้ามาพบกับโครงข่ายหลักสายสีแดงที่จุดโรงพยาบาลนครพิงค์  และต่อไปยังโครงข่ายหลักสายสีเขียวที่จุดแยกรวมโชค ก่อนจะไปสิ้นสุดที่แยกแม่คาวสะอาดใส

สายสีเขียวเข้ม

เริ่มจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เข้ามาพบกับโครงข่ายหลักสายสีเขียวที่จุดแยกรวมโชคเป็นจุดสิ้นสุด

สายสีส้ม

เริ่มจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เข้ามาพบกับโครงข่ายหลักสายสีเขียวที่จุดแยกรวมโชคเป็นจุดสิ้นสุด

สายสีเทา

เริ่มต้นจากอำเภอดอยสะเก็ด เข้ามาพบกับโครงข่ายรองสายสีส้มที่จุดแยกแม่คาวสะอาดใส และวิ่งต่อไปพบกับโครงข่ายหลักสายสีเขียวที่จุดห้างเซ็นทรัลเฟสติวัล เป็นจุดสิ้นสุด

สายสีบานเย็น

เริ่มต้นจากปลายทางอำเภอสารภี เข้ามาพบกับสถานีโครงข่ายเสริมสายสีม่วงที่สามารถต่อไปยังโครงข่ายหลักสายสีน้ำเงินที่จุดแยกศรีบัวเงินพัฒนา (แยกพรอมินาดา)และโครงข่ายหลักสายสีแดงแยกแม่เหียะสมานสามัคคี(แยกบิ๊กซีหางดง)ได้ และไปสิ้นสุดปลายทางที่จุดเชื่อมกับโครงข่ายรองสายสีเหลือง ที่แยกหนองหอย

สายสีฟ้า

เริ่มต้นจากอำเภอสันกำแพง เข้ามาพบกับโครงข่ายรองสายสีส้ม ที่แยกบวกครกศิวิไล และวิ่งต่อไปพบกับโครงข่ายหลักสายสีน้ำเงินที่แยกสันกำแพง (แยกโรงแรมปอยหลวงเก่า) เป็นจุดสิ้นสุด

สายสีม่วง

เริ่มต้นจากปลายทางอำเภอหางดง เข้ามาพบกับสถานีโครงข่ายหลักสายสีแดง ที่แยกแม่เหียะสมานสามัคคี (แยกบิ๊กซีหางดง) และวิ่งต่อไปพบกับโครงข่ายหลักสายสีน้ำเงินที่จุดแยกศรีบัวเงินพัฒนา (แยกพรอมินาดา)เป็นจุดสิ้นสุด

สายสีเหลือง

เป็นโครงข่ายเสริมที่จะวิ่งเชื่อมระหว่างโครงข่ายอื่นๆ

สายสีขาวดำ

เป็นทางรถไฟชานเมือง ตามแนวรางรถไฟเดิม มาสิ้นสุดที่สถานีรถไฟเชียงใหม่

โดยสรุป ข้อแตกต่างที่สำคัญที่สุดของทั้งสองโครงข่ายทางเลือก คือ  ทางวิ่งบนดิน กับ ทางวิ่งใต้ดิน

โครงข่ายทางเลือก A เส้นทางสายหลัก ใช้ทางวิ่งบนดินร่วมกับใต้ดิน

 ส่วน โครงข่ายทางเลือก B นั้น เส้นทางสายหลัก ใช้ทางวิ่งบนดินทั้งหมด

ข้อดีและข้อเสียสำหรับทางวิ่งบนดิน

ระบบรถแบบ LRT ทางวิ่งบนดินนั้น ต้องการพื้นที่บนถนน
จำนวน 2 ช่องจราจรเพื่อให้รถไฟสองขบวนวิ่งสวนกันได้
จึงอาจต้องยกเลิกการจอดรถข้างถนนในบางเส้นทาง
เพราะ พื้นที่ถนนจะลดลงและสิ่งที่ต้องรณรงค์เพิ่มเติม
คือ ต้องให้คนเชียงใหม่ เคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัด

ระบบนี้จะยังคงใช้สัญญานไฟจราจรเหมือนรถที่สัญจร
บนถนนปกติจึงทำความเร็วได้ 15-20 กม ต่อ ชม
สำหรับจุดเด่นของการเลือกใช้ทางวิ่งบนดิน คือ
ใช้งบประมาณในการก่อสร้างไม่สูง ระยะเวลา
ในการก่อสร้างไม่นานนัก

ข้อดีและข้อเสียสำหรับทางวิ่งใต้ดิน

สำหรับการใช้ทางวิ่งใต้ดิน  จะใช้งบประมาณในการก่อสร้างสูง
และ ระยะเวลาในการก่อสร้างนาน เพราะ ต้องขุดลงไป
ใต้ดินลึกกว่า 10 เมตร และ ไม่ให้กระทบกับ
โบราณสถานที่มีอยู่ทั่วไปในเขตเมืองเชียงใหม่
ทางวิ่งใต้ดินมีเขตทางวิ่งเฉพาะจึงทำให้ทำความเร็วได้
30-35 กม ต่อ ชั่วโมงเพียงพอต่อการแก้ปัญหาการจราจร
ในจังหวัด เชียงใหม่ ในปัจจุบัน และรองรับการพัฒนา
ในอนาคตได้ถึง 40 ปี

ภาพตัวอย่างการเปรียบเทียบระหว่าง
ระบบทางวิ่งบนดินและทางวิ่งใต้ดิน