รูปแบบขนส่งสาธารณะ

Mode

บทสัมภาษณ์ อ. ดร. นพดล กรประเสริฐ

รูปแบบที่ได้ทำการศึกษาแล้วก็คัดกรองให้เหมาะสมกับบริบทของเมืองเชียงใหม่ ณ ตอนนี้ มีอะไรบ้าง?

ระบบขนส่งรับจ้างไม่ประจำทาง หรือรถสองแถวสี่ล้อแดง

ระบบนี้มันเป็นระบบที่ มีมานานแล้ว เหมือนเป็น เป็นอัตลักษณ์เป็นสัญลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่เลยก็ว่าได้ รถสี่ล้อแดงมีลักษณะของการให้บริการก็คือ จะเรียกที่ไหนก็ได้ มีจุดจอดขึ้นลงอยู่หน้าบ้านเลยก็ได้ แล้วก็สามารถเดินทางไปได้ทุกแห่ง เป็นบริการแบบถึงหน้าประตูบ้านได้เลย ซึ่งก็จะเหมาะสมกับเมืองที่มีลักษณะไม่ใหญ่มากแล้วก็มีการกระจายตัวของแหล่งชุมชนทั่วทั้งเมือง หมายถึงว่า ไม่ได้มีจุดขึ้นลงหรือว่ามีสถานที่สำคัญๆ อยู่บริเวณบนถนนหลัก หรือว่าบริเวณโซนใดโซนหนึ่ง พูดง่ายๆว่า คนไม่จำเป็นต้องนั่งไปด้วยกันหรือว่าไปทางเดียวกันก็ได้  รถแดงเหมาะกับเมืองที่ค่อนข้างกระจายตัว เพราะว่ามันเป็นรถที่เลือกไปที่ไหนก็ได้ อันนั้นก็จะเป็นลักษณะข้อเด่นของระบบสองแถวปัจจุบัน ส่วนข้อเสียก็มีอยู่บ้างที่ร้องเรียนกัน คือเรื่องราคา และเรื่องการที่มันวิ่งอยู่บนถนนเดิม ทำให้เวลารถติด ก็ติดไปด้วย สายไปด้วยกันหมด

ระบบโดยสารประจำทาง

ระบบโดยสารประจำทางนี่เชียงใหม่เคยมีมาตั้งแต่ในอดีต ที่เราเรียกกันติดปากว่ารถเมล์ขาว รถเมล์เหลือง รถเมล์แดง นั่นเอง แต่เนื่องจากมันทำผลกำไรค่อนข้างต่ำหรือว่าเรียกง่ายๆก็ คือขาดทุน ระบบมันก็อยู่ไม่ได้ เพราะรถมันต้องวิ่งเส้นเดิม ออกนอกเส้นทางไปรับคนให้เต็มคันตามใจไม่ได้ ดังนั้นจุดไหนที่ผู้โดยสารน้อยมันก็ขาดทุนเป็นธรรมดา   ระบบรถเมล์นี่จะราคาถูก แต่คนอาจจะต้องมีการเปลี่ยนเส้นทางก็คือต้องลงแล้วก็เปลี่ยนเส้นทาง หรือพาหนะอีกที มันค่อนข้างลำบาก มันก็เลยไม่เป็นที่ดึงดูดใจของผู้เดินทาง  อีกอย่างหนึ่งก็คือรถโดยสารประจำทางมันวิ่งอยู่บนถนนเดิม คือที่มีอยู่ในปัจจุบันร่วมกับรถคันอื่น ๆ ผลก็คือความเร็วมันก็ไม่ต่างไปจากรถยนต์ หรือบางครั้งอาจช้ากว่ารถมอร์เตอร์ไซต์ด้วยซ้ำ เพราะว่ามันยังต้องวิ่งตามกัน ติดอยู่ด้วยกัน พอถึงจุดจอดรถมันก็ยังต้องคอยจอด รับส่ง ก็เลยยังไม่เป็นที่น่าดึงดูดใจเพราะว่าเรื่องของความรวดเร็ว เรื่องของความไม่ตรงต่อเวลา เรื่องที่ผู้โดยสารจะกะเวลาไม่ได้ อันนี้ไปประชุมกลุ่มย่อยทุกครั้ง ก็เป็นสิ่งที่คนติดข้องในเรื่องนี้ คือมันเป็นเป็นปัญหาที่ทำให้เกิดความลลำบาก คนเขาเลยไม่ใช้ เขายังไม่อยากใช้  ส่วนใหญ่ก็อยากได้ระบบที่มันค่อนข้างที่จะกะเวลาได้ตรงเวลาแน่นอน

แต่ปัจจุบันก็ได้มีรถเมล์ของเทศบาลที่เพิ่งกลับเข้ามาทำใหม่อีกครั้ง  เพิ่งมีมาเมื่อปีที่แล้ว ตอนนี้ก็ถือว่าอยู่ในช่วงทดลอง ก็กำลังพัฒนากันอยู่ ตอนนี้เขากำลังจะซื้อรถใหม่เข้ามาเพิ่ม ก็น่าจะเป็นรูปธรรมมากขึ้น แล้วก็มีรถหมู่บ้านขวัญเวียง แต่เขามีบริการที่มีวัตถุประสงค์โดยเฉพาะ จากโซนของหมู่บ้านเขาไปยังโซนตามโรงเรียน คือให้บริการเฉพาะในชุมชนของของหมู่บ้าน

ระบบรถโดยสารประจำทางแบบด่วนพิเศษ

รถโดยสารประจำทางประเภทนี้เราจะเคยเห็นในกรุงเทพฯ ที่เรียกว่า BRT รถโดยสารประเภทนี้จะมีเขตทางเฉพาะ ยานพาหนะประเภทอื่นจะไม่สามารถวิ่งอยู่บนช่องจราจรอันนี้ได้ ก็จะดีว่าระบบโดยสารประจำทางเพราะว่ามีช่องทางของตัวเอง จึงสามารถกำหนดความเร็วที่จะวิ่งได้ ทำให้รักษาเวลาได้ดี  แต่ข้อเสียของมันคือมันต้องใช้เขตทางเดิม หมายถึงถนนเดิมจะต้องยอมเสียหนึ่งช่องจราจรออก เพื่อให้รถโดยสารประจำทางประเภทนี้วิ่งอย่างเดียว เพราะฉะนั้นผู้ที่มีผลกรทบก็คือรถยนต์ส่วนบุคคลที่จะต้องเสียพื้นที่ จากแต่ก่อนมีสามเลนก็จะเหลือแค่เหลือสองเลน หรือจากสองเลนเหลือหนึ่งเลน มันก็กลายเป็นปัญหาจราจรได้ จริงๆแล้ว BRT จะเหมาะกับถนนสายหลักยาวๆ  ใช้วิ่งทางยาวรับส่งเหมือนพวกคลองรังสิต ที่ไม่ต้องไปตัดกับทางแยกอะไรมากมายเพราะว่า  BRT มีข้อจำกัดหลัก คือต่อให้มันมีถนนมีช่องจราจรของตัวเอง แต่เวลาไปถึงทางแยกมันก็ยังต้องไปติดไฟแดงเหมือนเดิม  แล้วยิ่งในเมืองเชียงใหม่เนี่ยปัญหารถติดคือปัญหาบริเวณทางแยกตรงไฟแดงนี่แหละ เพราะฉะนั้นมันก็ยังอาจจะเหมาะแค่บางช่วงถนนที่ถนนสายยาวๆ ไม่ค่อยมีจุดตัดมาก

ระบบรถรางไฟฟ้าหรือว่า Streetcar หรือว่า TRAM แล้วแต่จะเรียกตามประเทศต่างๆ

ลักษณะของ TRAM ก็คือมันจะยังวิ่งอยู่บนถนนแต่จะมีรางของมันเป็นหลัก หมายถึงมีการก่อสร้างรางอยู่บนเส้นทางถนนเดิมเลย แต่ก็จะวิ่งร่วมกับยานพาหนะประเภทอื่นๆอยู่  ปกติแล้วรถรางมันจะเหมาะกับเมืองเก่า ที่ต้องการอนุรักษ์ไว้  รถรางมันก็จะเหมาะ เพราะว่าความเร็วไม่สูงมากนัก แล้วก็ลักษณะของตัวรถมันสามารถที่จะชมทิวทัศน์ได้ทั่วกว่ารถโดยสารประจำทาง
ข้อจำกัดของมันก็คือ บ้านเรามีรถจักรยานยนต์เยอะ ถ้ามีรางอยู่บนถนน มันมีสิทธิ์ที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายเพราะว่าแค่เป็นหลุมเป็น บ่อมอร์เตอร์ไซต์ก็ค่อนข้างจะลำบากในการขับขี่ ลักษณะของผิวจราจรที่ไม่เรียบก็จะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย อีกอย่าง ถ้าเป็นระบบที่ยังต้องมีสายเคเบิ้ลอยู่ด้านบน มันอาจจะบดบังทัศนียภาพ ทุกวันนี้ขนาดสายไฟสายโทรคมนาคม เราก็ยังอยากจะให้เอาลงดินสักที

ปัญหาขอรถรางอีกอย่างนึงคือเวลาเราเลี้ยว คือปกติเราจะเห็นรถบัสคันใหญ่ๆเวลาเลี้ยว เวลายูเทิร์นมันจะต้องอยู่เลนที่สองแล้วก็กวาดตีวงเพื่อยูเทิร์น ทีนี้รถรางมันยาวกว่ารถบัสอีก ถ้ายังจะให้วิ่งในคูเมือง มันก็จะต้องมีการจัดการจราจรใหม่เพื่อให้รถสามารถเลี้ยวได้สะดวก หรือบางทีอาจจะต้องทำเป็นเส้นตรงผ่าประตูเมืองเข้าไปเลย อย่างเช่นวิ่งสวนดอกวิ่งสุเทพผ่าทะลุสวนดอกเข้าไปเลยแทนที่จะต้องไปยูเทิร์นเหมือนรถประเภทอื่นๆ

ระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยวหรือ Monorail

Monorail นี่คนเชียงใหม่จะคุ้นเคย ที่เห็นกันก็คือในสวนสัตว์เชียงใหม่ Monorail มันจะเหมาะกับเมืองที่ค่อนข้างมีพื้นที่จำกัด อย่างเช่น สิงคโปร์หรือว่าญี่ปุ่น เพราะว่ามันจะเป็นระบบที่ลอยฟ้าแต่ไม่ได้สูงมากนัก Monorail เป็นรางเดี่ยวเพราะฉะนั้นตัวโครงสร้าง ตัวเสาตอม่อมันจะเล็ก และสร้างได้เร็วเพราะว่าแค่มีเสาอันเดียวก็มีรถไฟได้เลย   เพราะฉะนั้น Monorail ก็จะเหมาะกับย่านชุมชนย่านธุรกิจ อย่างเช่นในสิงคโปร์ที่เขาไม่มีเขตทางถนนเดิมแล้ว จะเอารถไฟไปสร้างบนถนนเดิมมันสร้างยาก เขาก็จะสร้างตัวตอม่อเล็กๆแล้วใช้Monorailวิ่งข้างบน มนก็จะวิ่งไปตามตึกอาคาร ก็คือมันจะกลืนไปกับตัวอาคารบ้านเรือนแล้วก็เชื่อมตรงเข้ากับตัวอาคารได้เลย เพราะว่ามันจะอยู่สูงประมาณชั้นสาม ซึ่งไม่สูงมาก อาจจะมีจุดสถานีอยู่ข้างบนแล้วก็สามารถเดินเชื่อมตามอาคารบ้านเรือนได้เลย ถามว่าเหมาะกับเมืองเชียงใหม่ไหม มันก็ต้องดูว่าเมืองเชียงใหม่ยอมรับได้หรือไม่ว่าจะมีิสิ่งปลูกสร้างลอยฟ้าเกิดขึ้น แล้วก็ต้องไล่ดูว่ามีย่านธุรกิจพอที่จะให้ตัว Monorail สามารถที่จะกลืนไปได้หรือเปล่า  แต่ส่วนใหญ่ที่ใช้ Monorail ก็มีวัตถุประสงค์หลักก็เพื่อการท่องเที่ยว มากกว่าที่จะใช้เดินทางประจำวัน เพราะว่าถ้าจะทำ Mono Rail ในเมืองจริงๆเราต้องทำเป็นโครงข่ายเยอะๆมีหลายเส้นทาง ค่าก่อสร้างก็อาจจะเริ่มแพงขึ้น ก็อาจจะค่อนข้างมีข้อจำกัดในเรื่องค่าใช้จ่าย

ระบบรถไฟฟ้ารางเบา Light Rail Transit

ระบบนี้คือระบบรถไฟฟ้าที่หลายๆจังหวัดเขาเลือกใช้ ทั้งขอนแก่นทั้งโคราช ตัวรถไฟฟ้ารางเบามันก็คล้ายๆกับ BTS คือรถไฟฟ้ารางเบาจะไม่ใช่แค่ลอยฟ้าเท่านั้น มันสามารถที่จะอยู่บนดิน  หรือว่าอยู่ใต้ดินก็ได้ ขนาดความจุก็จะสูงกว่ารถไฟฟ้าหรือว่ารถโดยสารประจำทางขึ้นมาอีกขั้นนึง ข้อดีของมันก็เหมือนกับระบบรถรางในประเภทอื่นๆ ในเรื่องของการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะใช้ไฟฟ้า ลักษณะของมันก็มันสามารถประยุกต์ได้หลายรูปแบบเพราะว่ามันมีได้ทั้งลอยฟ้า บนดิน แล้วก็ใต้ดิน ถ้าช่วงไหนที่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่รัศมีวงเลี้ยวมันก็สามารถที่ถูกจะยกลอยฟ้าได้ หรือว่าจับมุดลงดินก็ได้ แต่ถ้าช่วงไหนที่มีพื้นที่เขตทางถนนเดิมเพียงพอมันสามารถวิ่งอยู่บนถนนได้เหมือนกัน หลายๆเมืองในยุโรปหรือว่าทางอเมริกา จะมีสิ่งที่เรียกว่า Modern Tram ซึ่งจริงๆแล้วมันคือส่วนหนึ่งของ Light Rail นี่แหละ แต่ตัดมาเฉพาะส่วนที่วิ่งได้บนถนน ที่ขอนแก่นเขาเลือกใช้เขาก็เลือกใช้วิ่งจากด้านนอกเมืองเข้ามาสู่ในเมือง เพราะฉะนั้นเขาก็จะวิ่งบนเกาะกลางได้คือวิ่งลอยฟ้ามา แล้วก็ถ้ามันเข้ามาใกล้ในเมืองก็เอาลงดิน หรือวิ่งบนดิน แล้วถ้าวิ่งออกไปตรงไหนมีข้อจำกัดต้องการข้ามทางแยก ก็ยกข้ามทางแยกได้อันคือเหตุผลนี้ที่เขาเลือกใช้ Light Rail

รถไฟฟ้าใต้ดิน (Subway)

รถไฟฟ้าใต้ดินก็จะมีขนาดตัวรถที่ใหญ่กว่า Light Rail ขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง ก็คือรถไฟฟ้าใต้ดิน MRTบ้านเรานั่นเอง แบบนี้ก็จะมีความเป็น “มวลชน” มากขึ้น คือมีความจุใหญ่ขึ้นมาก พอความจุใหญ่มากก็สามารถใช้ความเร็วที่สูงขึ้นได้ มันก็จะเร็วมากจากสถานีหนึ่งไปยังอีกสถานีหนึ่ง แต่ข้อเสียก็คือ พอเวลาความเร็วสูงขึ้น รถมัก็ต้องใช้ระยะชะลอเยอะหน่อย  เพราะฉะนั้นระยะทางระหว่างสถานีก็จะไกล อาจจะเป็นหนึ่งกิโลเมตรหรือสองกิโลเมตร พอมันไกลขึ้นการเดินทางเข้าออกก็อาจจะยากขึ้น เวลาออกจากสถานีมาเราอาจจะเดินกลับบ้านยังไม่ได้ เราอาจจะต้องมีระบบอื่นเข้ามาเสริม เช่น รถโดยสารประจำทาง หรือรถจักรยานยนต์

ระบบรถไฟระหว่างเมือง (Commuter Rail)

ระบบนี้จะไม่ใช่เป็นระบบที่อยู่ในเขตเมือง มันจะเป็นรถไฟชานเมือง วิ่งระหว่างอำเภอเข้ามา อาจจะใช้ระบบรางที่มีอยู่เดิม อย่างเช่น สายสารภี สายลำพูน คือสร้างตัวคันทางรางบนพื้นแล้วก็ให้รถวิ่งบริการ  แต่เพิ่มรอบในการวิ่งให้อยู่ในช่วงเวลาเร่งด่วนที่คนใช้เยอะ และวิ่งระยะไม่ไกลมาก อันนั้นเป็นระบบสุดท้าย ซึ่งอาจจะกลายไปเป็นระบบรองของเราที่เชื่อมต่อชานเมืองเข้ากับเมือง ให้คนสามารถเดินทางเข้าเมืองมาใช้ระบบขนส่งอื่นๆต่อไป

ฟังดูเหมือนกับว่า เราจะไม่สามารถเลือกระบบใดระบบหนึ่งมาใช้เพียงอันเดียวได้

ตามธรรมชาติ มันจะเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว แต่ละระบบมันก็มีข้อดีข้อจำกัดที่แตกต่างกัน คุณลักษณะของมัน ความเหมาะสมของมันก็จะแตกต่างกัน อย่างเช่นถ้าเป็นระบบรถสองแถวหรือว่ารถโดยสารประจำทางมันก็จะเหมาะกับอาจจะเป็นระบบหลักก็ได้ที่อยู่ในเมือง คือวิ่งในเขตคูเมือง หรืออาจจะเป็นระบบเสริมก็ได้ในกรณีที่ระบบหลักของเราเลือกเป็นระบบใต้ดิน ระบบลอยฟ้า ระบบสองแถวก็ยังสามารถที่จะอยู่คู่กับเราได้ แต่ก็จะเป็นระบบเสริมคอยเสริมระหว่างสถานีแทน ระบบรถโดยสาร รถ BRT ก็อาจจะต้องมองในแนวที่เป็นเส้นทางยาวๆไกลๆ อาจจะเชื่อมระหว่างเมืองก็ได้  เพราะเอามาวิ่งในเมืองจะค่อนข้างลำบากเพราะว่ามันต้องเสียพื้นที่ให้เขา ส่วนตัวระบบรถไฟฟ้าชานเมืองนี่ก็ต้องเป็นระบบที่วิ่งระหว่างเมือง ตัว Monorail ก็จะได้เป็นเฉพาะรถระบบขนส่งระบบหลักในเมืองซึ่งอาจเลือกมาบริเวณด้านชุมชน

เราคงตอบยังไม่ได้ว่าควรจะมีระบบใดระบบหนึ่งหรือไม่ มันอาจจะเป็นการผสมผสานเพราะว่าเวลาไปฟังความคิดเห็นหลายคนหลายชุมชนก็มีความเห็นที่แตกต่างกัน ประสปปัญหาไม่เหมือนกัน และต้องการการแก้ปัญหาที่ต่างกัน แต่ภาพรวมจริงๆคือคนได้ระบบขนส่งสาธารณะ อะไรก็ได้ที่สามารถตอบโจทย์การเดินทางของเขาได้คือย่นระยะเวลาในการเดินทาง แล้วก็ตรงต่อเวลา เรียกว่ามีความน่าเชื่อถือในการเดินทาง อันนี้คือสิ่งที่ใครๆ ก็อยากได้เพราะคนเบื่อรถติด  สำหรับเชียงใหม่เท่าที่สำรวจมาก็มองว่าจะบนดินก็ได้ ใต้ดินก็ได้ แต่ลอยฟ้าไม่เอา เพราะคนเชียงใหม่ค่อนข้างมีความอ่อนไหวในเรื่องของวัฒนธรรม เรื่องของโบราณสถานเรื่องของอะไรพวกนี้ ดังนั้นระบบหลักๆ ที่อยากได้จริงๆก็คือ ไม่บนดินก็ใต้ดิน ซึ่งใต้ดินอาจจะต้องใช้ระยะเวลายาวหน่อย เพราะว่าค่าก่อสร้างแพงหรือว่าจะต้องมั่นใจว่าจำนวนผู้โดยสารจะต้องมีจำนวนที่มากพอ ระบบบนดินก็อาจจะเป็นระบบที่ตอบโจทย์ ณ.ปัจจุบัน แต่ก็ยังจะต้องคำนึงถึงข้อจำกัดทางด้านพื้นที่ มันอาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนหรือว่ามีมาตรการอื่นๆมาคอยส่งเสริมให้คนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะด้วย

มีอะไรอยากฝากไว้ไหม?

คือทีมงานเราทุกคนก็เป็นคนเชียงใหม่เหมือนกัน เราก็เกิดเมืองเชียงใหม่เราก็อยู่กับเมืองเชียงใหม่ ในการทำแผนแม่นี้  เราไม่ได้มีรูปแบบระบบขนส่งสาธารณะในใจมาก่อนอยู่แล้ว เรามาร่วมกันศึกษาเราก็มารับฟังความคิดเห็น คือเราก็อยากจะให้เมืองเชียงใหม่เมืองเรามันน่าอยู่ หลักๆก็อยากจะให้ช่วยกันพัฒนาช่วยกันออกความคิดเห็นเพราะว่าบ้านเราถ้าเราไม่ทำแล้วจะให้ใครมาทำ

Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterPin on Pinterest
Share