กรณีศึกษาที่น่าสนใจเกี่ยวกับระบบขนส่งสาธารณะในต่างประเทศ

Interesting Case Studies

บทสัมภาษณ์ อ.ดร. ญาณิน จิวะกิดาการ

รบกวน อ. ช่วยเล่าตัวอย่างกรณีศึกษาหรือการออกแบบระบบขนส่งสาธารณะในต่างประเทศที่น่าสนใจหรือมีวิธีคิดที่สอดคล้องกับคนในเมือง

วันหนึ่งข้างหน้าถ้าเรามีโครงข่ายที่มันชัดเจน เราจะสามารถแตกยอดทำอะไรออกมาได้มาก
หากมีสิ่งที่ช่วยวางแผนในการเดินทางให้ชัดเจน จะส่งผลดีมากต่อการเดินทางในอนาคต
ยกตัวอย่าง มิลาน ในประเทศอิตาลี ประชาชนจะมีแอปพลิเคชั่นที่จะบอกว่าจะไปจากจุด
หนึ่งไปอีกจุดหนึ่งจะไปได้อย่าไร  จากสถานที่หนึ่งไปอีกสถานที่หนึ่งสามารถไปได้กี่วิธี
และใช้เวลาการเดินทางเท่าไหร่ ตรงไหนมีปัญหาหรือรถติดมากๆ ตรงไหนมีการปิดถนน
ให้เลี่ยง ไอเดียตัวนี้จริงๆ เกิดมาจากความไม่สะดวกในการเดินทางเพราะคนอิตาลีชอบ
มีประท้วงเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง เช่น อยู่ดีๆพนักงานขับรถก็ประท้วงหยุดงาน แต่พอมีการ
แก้ปัญหาด้วยการใช้แอปพลิเคชั่นตรวจสอบก่อนออกเดินทางมารองรับ คนที่รออยู่ก็จะ
ได้รับรู้ในตอนนั้นเลยว่าวันนี้จะเดินทางสายนี้ไม่ได้ เพราะมีการประท้วง และต้องไปทาง
ไหนแทน คนก็จะสามารถจัดการกับความโกลาหลต่างๆได้ ข้อดีอีกหนึ่งอย่างที่ตามมาคือ
แอปพลิเคชั่นนี้ส่งดีต่อนักท่องเที่ยวด้วยเพราะคนขับรถในอิตาลีจะไม่พูดภาษาอังกฤษ
สิ่งนี้จึงกลายเป็นตัวช่วยของนักท่องเที่ยวให้มีความสะดวกต่อการสื่อสารในการเดินทาง
อีกด้วย

ที่ยกตัวอย่างมา เพราะในอนาคต เราอาจจำเป็นต้องใช้วิธีนี้ในการเดินทาง แต่ความจริงแล้ว
รูปแบบของการแก้ปัญหานี้และการยกตัวอย่างมันก็มีเยอะมาก สิ่งสำคัญคือเราก็ต้องค่อยๆ
จัดการปัญหาต่างๆไปทีละเปลาะอย่างมีประสิทธิภาพในบริบทของเรา แต่ไม่ใช่การที่จะต้อง
มางมหาวิธีใหม่ทั้งหมด เพราะก็มีกรณีศึกษาหลากหลายรูปแบบและจากหลายแหล่งให้เราได้
ศึกษากันอยู่แล้ว  จึงถือว่าการค้นคว้าจากกรณีศึกษาก็เป็นการป้องกันไว้ระดับหนึ่งแล้วเช่นกัน

มีกรณีศึกษาอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกไหม?

มี  ยกตัวอย่างอีกตัวอย่างหนึ่งคือ เมืองโบโกต้า เมืองหลวงของโคลัมเบีย เมืองนี้เคยเป็นเหมือน
กรุงเทพฯนี่แหละ รถติด คนไม่มีทางเดินเท้า  จนมีผู้นำคนหนึ่ง ประกาศจะใช้อำนาจบังคับพลิกโฉม
เมือง ให้เป็นเมืองแห่งจักรยานให้ได้ ก็มีทั้งคนที่คัดค้านและสนับสนุน แต่ก็ดำเนินการต่อไปไม่ยอม
หยุด พอทำไปสักพัก ก็จบลงได้ด้วยดี มี BRTมีทางจักรยาน 20 กว่ากิโล กลายเป็นว่าคนได้รับ
โอกาสมากขึ้น อุบัติเหตุลดลง รวมทั้งอาชญากรรมก็ลดลง นี่เป็นตัวอย่างการเปลี่ยนแบบเฉียบ
พลันที่เกิดจากผู้นำแต่จุดพลิกผันก็คือ ตอนนี้โบโกต้าไม่ได้ดีแบบนี้แล้วเพราะนายกเปลี่ยนคน
พอเปลี่ยนนายกปุ๊บพลิกเลย ทุกอย่างก็ล้มกลับมาแย่เหมือนเดิม กรณีศึกษานี้จึงทำให้เรารู้ว่า
กระบวนการเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ที่จะทำให้ระบบมันเดินต่อไปได้ตลอด ไม่ใช่ว่าตอนนี้ได้ผลที่ดี
แล้วผลนั้นมันจะอยู่ตลอดไปมันต้องมีกระบวนการที่ทำให้ดีต่อไปเรื่อยๆ ไม่ใช่พอเกิดการเปลี่ยน
แปลง วิสัยทัศน์เปลี่ยน มีการคอรัปชั่นคุณภาพของรถ ของถนนแย่ลง มันก็กลับมาแย่ สิ่งที่สำคัญ
คือ กระบวนการที่ทำให้เกิดการพัฒนาเมืองให้การตัดสินใจมาจากประชาชน เพราะมันจะอยู่ไป
ตลอด ไม่ใช่แค่เรื่องของการอนุมัติงบนะ แต่เป็นเรื่องของการคิดว่าจะทำยังให้ให้ความเห็นของ
ประชาชนมามีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด

อีกอย่างคือ เมื่อพูดถึงขนส่งสาธารณะ คนชอบคิดว่า มันมีไว้เพื่อนักท่องเที่ยว แต่จริงๆมันควรจะ
เป็นสิ่งที่ออกแบบมาให้คนในท้องถิ่นใช้ แต่นักท่องเที่ยวพลอยได้ประโยชน์ต่างหาก นี่ไม่ใช้แค่
เรื่องขนส่งแต่ต้องครอบคลุมในทุกเรื่อง อะไรที่ทำเพื่อเราแล้วดีมันจะสะท้อนออกไปยังส่วนอื่นๆ
เอง ไม่ใช่ว่า ตั้งธงไปยังการท่องเที่ยว แล้วถ้าเกิดวิกฤติที่เราควบคุมไม่ได้ เช่น เกิดปัญหาใน
ประเทศของนักท่องเที่ยว โรคระบาดเศรษฐกิจล้มเหลว การส่งเสริมให้คนออกเที่ยวนอกประเทศ
เปลี่ยน เราจะทำอย่างไร ถ้าเราไม่ดูแลตัวเองจนเราไม่รอด ใครจะอยากมาเที่ยว การพัฒนาเมือง
ต้องทำเพื่อคนที่อยู่อย่างอื่นมันจะตามมาเอง และถ้าเราพิจารณาจริงๆแล้ว เราก็จะเห็นว่านักท่อง
เที่ยวก็มีพฤติกรรมเลียนแบบคนท้องถิ่น เค้าก็อยากไปในที่ๆ เราไปไม่ใช่ที่ๆ จัดไว้ให้เค้าเห็นเรา
ใช้มอเตอร์ไซค์เค้าก็อยากใช้บ้างอยู่แล้ว