กฎหมายและความเป็นไปได้

บทสัมภาษณ์ อาจารย์ ไพสิฐ พาณิชย์กุล

อยากให้อธิบายขั้นตอนจากแผนแม่บทไปสู่การมีขนส่งสารธารณะใช้จริง

แผนแม่บทเป็นลักษณะของการบริหารงานของระบบราชการสมัยใหม่ ที่จะต้องมีการทำแผน ในกรณีของระบบขนส่งมวลชนเชียงใหม่นั้น มีการทำแผนมาหลายแผนแล้ว ซึ่งในแต่ละแผนนั้นก็ขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นในทางนโยบายของรัฐ ว่าจะมีความมุ่งมั่นมากน้อยขนาดไหน และขึ้นอยู่กับตัวหน่วยงานที่จัดทำแผน ว่าเป็นผู้ที่มีหน้าที่โดยตรงในการดูแลเรื่องระบบการขนส่งหรือไม่

ในกรณีของเมืองเชียงใหม่เอง เท่าที่ได้มีการศึกษา มีอยู่ประมาณ 5-6 แผนที่มีการทำไปแล้ว แต่ว่าแผนต่างๆเหล่านั้น ก็ไม่สามารถที่จะถูกผลักดันสู่การปฏิบัติได้ ทั้งนี้เนื่องจากว่ามีข้อจำกัดหลายๆเรื่อง อาทิเช่น ตัวฝ่ายการเมือง ว่าฝ่ายการเมืองจะให้ความสำคัญมากน้อยขนาดไหน หรือขึ้นอยู่กับเสียงของความต้องการและแม้กระทั่งเสียงคัดค้านของประชาชน ว่าต้องการมากน้อยขนาดไหน เพราะฉะนั้นในกรณีของการจัดทำแผนครั้งนี้ เท่าที่ได้ตรวจสอบทั้งในเชิงของนโยบาย ทั้งในแง่ของหน่วยงานที่รับผิดชอบ คือสนข. ที่เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรงในการจัดทำแผน จะเห็นว่าไม่ได้มีแต่เฉพาะเมืองเชียงใหม่ แต่มีการจัดทำแผนระบบการขนส่งมวลชนในเมืองหลักหลายเมือง เช่น ภูเก็ต โคราช ขอนแก่น เชียงใหม่ และหาดใหญ่ ถ้าเกิดในการจัดทำแผนครั้งนี้ เรามองเฉพาะเชียงใหม่อย่างเดียว มันจะไม่เห็นภาพนโยบายใหญ่ แต่ถ้ามองเชื่อมโยงกับเมืองหลักอื่นๆก็จะเห็นภาพได้อย่างชัดเจน ข้อแรกคือว่าเป็นโครงการที่จัดทำโดยองค์กรที่ทำหน้าที่ในการดูแลเรื่องระบบการขนส่งของชาติ เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง ข้อที่สองคือ มีการศึกษามีการจัดทำที่ครอบคลุมในรายพื้นที่ที่เป็นจังหวัดใหญ่ และในเชิงของภาพใหญ่ของประเทศ และที่สำคัญก็คือการจัดทำแผนนี้ อยู่ในร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 12 ด้วย ในแง่ของการพัฒนาระบบโลจิสติกส์และระบบโครงข่ายในการขนส่ง เพราะฉะนั้นหากมองในเชิงของน้ำหนักในการจัดทำแผน ความเป็นไปได้ในการที่จะเอาเรื่องนี้ไปผลักดัน จึงมีความเป็นไปได้สูง ซึ่งนี่คือความเห็นในเบื้องต้น ถ้าหากว่ามองในเชิงของการนำแผนนี้ไปสู่ภาคปฏิบัติ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือตัวอย่างของเมืองขอนแก่นที่มีการจัดทำรถไฟฟ้าทำโครงการต่างๆ ซึ่งเป็นความร่วมมือที่เกิดขึ้น โดยภาคส่วนที่อยู่ในท้องถิ่น ร่วมกับหลายภาคส่วน ช่วยกันขับเคลื่อนในทางนโยบาย ร่วมกับทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และสภาพัฒน์ ซึ่งโครงการนี้ก็จะเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นไปได้ เป็นตัวอย่างให้เห็นว่ามีความเป็นไปได้ที่ไปสู่ภาคปฏิบัติในกรณีของขอนแก่น

สำหรับเมืองเชียงใหม่เองก็อยู่ในช่วงของการสำรวจเพื่อจะนำไปสู่การออกแบบ ซึ่งปัจจัยที่เป็นตัวชี้นำสำคัญ ทั้งในเชิงของการจัดองค์กร และเรื่องของระบบการบริหารต่างๆเหล่านี้ ก็คือเส้นทาง และจุดที่จะผ่านจุดต่างๆ ว่ามันจะไปจุดไหนบ้าง ทั้งนี้เนื่องจากว่าตัวรูปแบบการลงทุนขึ้นอยู่กับว่าจะเอาที่ของรัฐเข้ามาใช้ในการทำระบบราง หรือว่าจะต้องผ่านที่เอกชน ซึ่งมันขึ้นอยู่กับเส้นทาง ถ้าเกิดเส้นทางผ่านที่เอกชนมาก ตัวกฎหมายที่จะมาใช้ในเรื่องนี้เราอาจจะต้องไปเกี่ยวข้องกับเรื่องกฎหมายเวนคืน กฎหมายเรื่องของการจัดหาอสังหาริมทรัพย์เพื่อให้เกิดระบบรางขึ้นมา ซึ่งก็มี พ.ร.บ.อยู่ หรือถ้าหากว่าไปผ่านเส้นทางที่เป็นที่ดินของทางราชการมากๆ ก็อาจจะต้องไปเกี่ยวข้องกับเรื่องของคณะกรรมการเรื่องของที่ราชพัสดุ เรื่องของมติ ครม.ต่างๆ ซ่ึงเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่จะเป็นผลอย่างมากต่อการกำหนดรูปแบบวิธีการลงทุน และการกำหนดในเรื่องของระบบการบริหาร เพราะมันจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของระบบราง ระบบปฏบัติการต่างๆ